"น้ำมันเคลื่อนที่ผ่านท่อไปยังหัวฉีดก่อนจะถูกฉีดเข้าไปผสมกับอากาศที่ถูกดูดเข้ามาผ่านท่อไอดี อากาศและน้ำมันจะถูกผสมกันในกระบอกสูบและถูกอัดก่อนที่จะได้รับการจุดระเบิดโดยหัวเทียนผลักให้ลูกสูบถอยออกเกิดเป็นแรงหมุนสู่เพลาข้อเหวี่ยง ในจังหวะที่ลูกสูบเคลื่อนที่กลับก็เป็นจังหวะเดียวกับที่วาลว์ไอเสียจะเปิดเพื่อนำไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ออกไปสู่ท่อไอเสีย ทางด้านของเพลาข้อเหวี่ยงก็จะส่งแรงหมุนต่อไปยังชุดเกียร์ที่จะช่วยทดแรงของเครื่องยนต์ก่อนส่งแรงหมุนดังกล่าวต่อไปยังเฟืองท้ายและขับเคลื่อนให้ล้อหมุนในที่สุด"
..
คุณยังคงอยู่กับเซียนกบอมหุ้น ไม่ได้อยู่ในเพจรถยนต์ที่ไหน กระบวนการข้างบนเป็นหลักการทำงานคร่าวๆของเครื่องยนต์เบนซินหรือที่ฝรั่งเรียกว่า "Gasoline" กระบวนการดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นมากว่าร้อยปีแล้ว และก็ยังคงถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
..
ถึงแม้ว่าหลักการทำงานของมันอาจจะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่มันกลับต้องใช้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกว่า 20,000 ชิ้น!!! และแน่นอนครับว่าประเทศไทยเราที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่อยู่ราวๆอันดับ 10 ของโลก ก็ทำรายได้จากอุตสาหกรรมนี้อย่างมหาศาล
..
หลายคนคงจะรู้แล้วว่าวันนี้ผมจะพูดเรื่องอะไร ใช่แล้วครับ "การปรากฎตัวของรถยนต์ไฟฟ้า"
..
เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามาถึงขอให้คุณลืมกระบวนการสันดาปภายในด้านบนไปให้หมด รวมถึงชิ้นส่วน 20,000 ชิ้นนั้นด้วย!! เพราะสิ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องการนั้นก็เพียงแค่ แบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าและสายไฟเพื่อจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ที่ติดตั้งไว้ที่ล้อทั้ง 4 แค่นั้น!!
..
แน่นอนครับการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้าจะทำให้ Supply chain การผลิตรถยนต์ในปัจจุบันนั้นพังครืนลงไปเกือบทั้งหมด มาถึงตรงนี้เราควรจะเริ่มต้นคำถามที่ว่าแล้วนักลงทุนควรทำอย่างไรกับอุตสาหกรรมยานยนต์?
..
ก่อนอื่นคุณควรจะต้องรู้ให้แน่ชัดว่าบริษัทที่คุณลงทุนอยู่ หรือต้องการจะลงทุนนั้นผลิตชิ้นส่วนอะไรในรถยนต์?
..
แน่นอนว่าถ้าเป็นชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ผมเล่าให้ฟังด้านบน ก็เตรียมปิดโรงงานนอนได้เลยครับ แต่ถ้าบริษัทนั้นผลิตชิ้นส่วนพลาสติกตกแต่งรถยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบเบรค หรือการขึ้นรูปตัวถังรถยนต์ แน่นอนว่าถึงจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามันก็ยังคงต้องมีชิ้นส่วนหลายๆส่วนที่เหมือนกับรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งในกรณีนี้คุณก็ได้ไปต่อ
..
แต่ถ้าลองมองดูชัดๆว่า แล้วมีชิ้นส่วนไหนบ้างที่รถยนต์ในปัจจุบันไม่มี แต่รถยนต์ไฟฟ้ามี? ....... ใช่แล้วครับ มันคือมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ แน่นอนว่าธุรกิจเหล่านี้ก็จะเติบโตอย่างมากจากการมาของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะไปขุดคุ้ยว่า บริษัทไหนที่มีศักยภาพที่จะก้าวเข้ามาสู่ Supply chain ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มตัว
..
ถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มกลัวการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ และอาจตื่นเต้นกับการมองหาบริษัทที่อาจจะเติบโตสิบเด้ง!! แต่ก็อย่างที่ Charles Darwin ได้กล่าวไว้ว่า "Natural selection" ซึ่ง ณ ปัจจุบัน "Natural" ยัง "Select" รถยนต์สันดาปภายในอยู่
..
ครั้งหน้าเราจะมาวิเคราะห์กันต่อถึงสภาวะแวดล้อมที่จะทำให้ Natural เปลี่ยนมา Select รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์สันดาป และประเทศไทยจะพังครืนไปพร้อมกับรถยนต์สันดาปหรือไม่?

Comments
Post a Comment