Skip to main content

"กรณีศึกษา มูลค่า Tesla พุ่งแซง Ford"


ผมเชื่อว่าทุกคนคงเห็นข่าวที่มูลค่าหุ้น Tesla แซงบริษัท Ford โดยถ้าเราเทียบ market share หรือกำลังการผลิต จะเห็นได้ว่า Tesla นั้นเทียบ Ford ไม่ได้เลย ถ้าอย่างนั้นแล้วมูลค่าที่นักลงทุนจ่ายเพื่อซื้อหุ้น Tesla แท้จริงแล้วจ่ายเพื่อซื้ออะไร?
..
คำตอบก็คือ "อนาคต"
..
อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในบทความที่แล้วถึงอนาคตของวงการยานยนต์ ซึ่งคงหนีไม่พ้นที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งรถยนต์แบบเดิมๆได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
..
แล้วการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง "Tesla" หละ น่าสนใจมั๊ย?
..
สำหรับผมคงตอบว่า "ไม่ค่อยน่าสนใจ" โดยผมมองว่าจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าคือ มันไม่มี Barrier to entry เลย!!
..
คุณลองคิดดูสิครับว่าเทคโนโลยีการนำมอเตอร์ไปผูกติดกับล้อเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์มันเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำเลิศจริงหรอ? คำตอบคือ "ไม่เลย"
..
มันเป็นเทคโนโลยีที่ค่ายรถยนต์ในปัจจุบันไม่ว่าจะค่ายไหนก็ทำได้ทั้งนั้น แต่สาเหตุที่พวกเขายังไม่ "กระโดด" ลงมาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวนั่นก็เพราะว่าพวกเขายังคง Enjoy กับส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์สันดาปในปัจจุบัน แล้วทำไมถึงจะต้องไปเปิดตลาดใหม่ๆในเมื่อของเดิมก็ยังขายได้ดีอยู่? และถึงแม้ในอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงจริง คุณคิดหรอว่าค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota หรือ Volkswagen จะไม่สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาแข่งได้?
..
แน่นอนว่าด้วยระบบการผลิต เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ศูนย์บริการ และชื่อเสียง พวกเขาดีกว่า Tesla ในทุกด้าน และเมื่อวันที่พวกเขาเข้ามาจริง Tesla ก็อาจจะไม่สดใสเหมือนอย่างในปัจจุบัน
..
ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมายในอดีต เช่น
..
Motorola ที่คิดค้นโทรศัพท์มือถือแล้วปัจจุบันใครเป็นผู้นำ?
..
Sony ที่เป็นผู้นำด้าน walkman แล้วปัจจุบันเป็นยังไง?
..
Samsung ที่เติบโตมาจากการ Reverse engineering แต่ปัจจุบันกลายเป็นผู้นำในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า
..
สุดท้ายเราก็จะเห็นว่า "ผู้ริเริ่ม" ไม่ใช่ผู้ที่จะยิ่งใหญ่ในธุรกิจนั้นเสมอไป ความสามารถในการทำธุรกิจ และการเข้าถึงผู้บริโภคต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็น "รายใหญ่"

Comments

Popular posts from this blog

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร

ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?" .. ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป .. หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า? .. คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1. สภาพแวดล้อม 2. พฤติกรรมของผู้บริโภค "สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?" .. ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า .. Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็...

Warrant ควรมีราคาเท่าไร?

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงเคยซื้อ warrant หรือไม่ก็ได้ฟรีมาจากการถือหุ้นแม่ .. ว่าแต่ Warrant คืออะไร แล้วมันประเมินมูลค่าเหมือนหุ้นรึเปล่า? .. Warrant คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือครอง warrant สามารถซื้อหุ้น "แม่" ในราคาที่กำหนดไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต .. เช่น XXX-W ให้สิทธิผู้ถือ warrant แลกซื้อหุ้น XXX ในอัตราส่วน 1 warrant ต่อ 1 หุ้นแม่ที่ราคา 1.00 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 1/6/2565 .. ในเมื่อ warrant คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถประเมินมูลค่ามันได้ .. จากตัวอย่างข้างต้นถ้า ณ ปัจจุบันราคาหุ้น XXX อยู่ที่ 2.50 บาท ในเมื่อการถือครอง warrant ให้สิทธิ์เราซื้อหุ้นแม่ได้ที่ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาหุ้นแม่ในปัจจุบัน ดังนั้น XXX-W ก็ควรจะมี "มูลค่า" เป็นบวก และประมาณคร่าวๆได้ว่าไม่น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่า 1.50 บาท ซึ่งส่วนนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Intrinsic value .. อย่างไรก็ดีเนื่องจาก warrant มันไม่ใช่หุ้นสะทีเดียว มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกับอนาคต มันจึงมีมูลค่าอีกส่วนหนึ่งคือ Time value ซึ่งมูลค่าส่วนนี้เกิดจากความ "ลุ้น" ว่าราคาหุ้น...