Skip to main content

ประเมินมูลค่าหุ้นได้ต่างจากราคาตลาดมาก!!! ทำไงดี?


หลายครั้งที่นักลงทุนพยายามประเมินมูลค่าของบริษัทก่อนการลงทุนและมักจะพบว่าราคาที่ประเมินได้ช่างแตกต่างจากราคาตลาดในปัจจุบันมาก แบบนี้แล้วเราควรจะทำยังไงดี?
..
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของนักลงทุนก็คือ "หรือว่าเราจะประเมินมูลค่าผิด" แต่แล้วเมื่อเราตรวจสอบทั้งข้อมูลและสมมติฐานที่เราใช้แล้ว ก็พบว่ามันก็ดูสมเหตุสมผลดีนี่หน่า เช่นนั้นแล้วอีกหนึ่งคำตอบก็คือ "หรือว่าตลาดจะให้ราคากับหุ้นตัวนี้ผิด"
..
แน่นอนว่าผมก็ไม่มีคำตอบให้หรอกว่าคุณคิดผิดหรือตลาดคิดผิด แต่อยากจะเล่าให้ฟังถึงมุมมองของปรมาจารย์การลงทุนระดับโลกท่านหนึ่งที่มีต่อราคาหุ้นในตลาด
..
สมมติว่าเราลองให้คน 1,000 คน ช่วยกันทายน้ำหนักของหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วเราเอาผลการทายทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย มันมีความน่าจะเป็นค่อนข้างสูงที่ค่าเฉลี่ยที่เราได้จะใกล้เคียงกับน้ำหนักจริงของหญิงสาวคนนั้น ทำไมนะเหรอ? นั่นก็เพราะว่าเราทุกคนมี Background knowledge หรือ "ประสบการณ์" ที่น่าจะประมาณได้ว่าหญิงสาวที่เราเห็นพอจะมีน้ำหนักเท่าไร เราอาจจะประเมินจากรูปร่างของหญิงสาวคนนั้น ร่วมกับความสูง ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะประเมินไม่ถูกเป๊ะๆ แต่ด้วยผลการประเมินจากคนจำนวนมากก็ทำให้ค่าเฉลี่ยนั้นค่อนข้างที่จะ "เชื่อถือได้"
..
ทีนี้ลองเปลี่ยนใหม่ ครั้งนี้ผมให้ 10,000 คนเลย!! ช่วยกันทายน้ำหนักของรถไฟชิงคันเซน..... ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก.... รู้สึกเหมือนผมมั๊ยครับว่า "ใครมันจะไปรู้" แม้แต่ช่วงน้ำหนักที่จะทายยังไม่รู้เลยว่าเราจะเริ่มจากตรงไหน 10 ตัน 50 ตัน หรือ 100 ตัน?? ในกรณีนี้ถึงแม้ว่าเราจะเอาค่าเฉลี่ยจากคนทั้ง 10,000 คน โอกาสที่จะเข้าใกล้กับน้ำหนักจริงของรถไฟชิงคันเซนนั้นน้อยมากๆ นั่นก็เพราะว่าเราไม่มี Background Knowledge เลย เราไม่รู้เลยว่าตัวถังมันหนักเท่าไร ล้อหนักเท่าไร ใช้เหล็ก อลูมิเนียม หรือพลาสติก เป็นสัดส่วนเท่าไร พูดง่ายๆก็คือ "มั่วล้วนๆ"
..
ในตลาดหุ้นก็เช่นกันครับ หุ้นบางตัวก็เป็นธุรกิจที่ใครๆก็เข้าใจมันและประเมินราคาได้ไม่ยาก หุ้นแบบนี้ราคาตลาดก็มักจะไม่ต่างจาก "มูลค่า" ที่แท้จริงของมันสักเท่าไร ในขณะที่หุ้นอีกกลุ่มอาจจะเป็นธุรกิจที่เข้าใจยาก มีวิธีการลงบัญชีที่แปลก หรือว่าอาจจะเข้าใจไม่ยากมากแต่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปประเมินมูลค่ามัน หุ้นกลุ่มที่ 2 นี้ก็มีแนวโน้มที่ราคาตลาด จะแตกต่างจาก "มูลค่า" ที่แท้จริงค่อนข้างมาก
..
ทีนี้ก็กลับมาที่คำถามที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า แล้วถ้าเราประเมินราคาออกมาได้ต่างจากตลาดมากๆควรจะทำไงดี คำตอบก็คือ "คุณมั่นใจตัวเองแค่ไหน" คุณอาจจะอยู่ในวงการธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งที่คุณมีความรู้เหนือกว่าคนทั่วๆไป และคุณก็รู้ถึงแนวโน้มอนาคตของธุรกิจนั้นๆ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูก และตลาดจะเป็นฝ่ายผิด ซึ่งคุณก็จะสามารถทำกำไรได้มหาศาลจากการลงทุนนั้น
..
เมื่อคุณมั่นใจแล้วว่าคุณคิดถูกแน่ๆ ที่เหลือก็เพียง "อดทน" รอให้ราคาตลาดวิ่งเข้าหาราคาที่คุณประเมินและคุณก็จะได้รับผลตอบแทนที่งดงาม ตามที่ปรมาจารย์การลงทุนได้กล่าวไว้ว่า "ในระยะสั้นตลาดหุ้นนั้นเป็นเหมือนตราชั่ง แต่ระยะยาวแล้วมันคือเครื่องวัดมูลค่า"

#จงระวังวิกฤตในทุกโอกาส

Comments

Popular posts from this blog

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร

ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?" .. ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป .. หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า? .. คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1. สภาพแวดล้อม 2. พฤติกรรมของผู้บริโภค "สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?" .. ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า .. Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็...

Warrant ควรมีราคาเท่าไร?

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงเคยซื้อ warrant หรือไม่ก็ได้ฟรีมาจากการถือหุ้นแม่ .. ว่าแต่ Warrant คืออะไร แล้วมันประเมินมูลค่าเหมือนหุ้นรึเปล่า? .. Warrant คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือครอง warrant สามารถซื้อหุ้น "แม่" ในราคาที่กำหนดไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต .. เช่น XXX-W ให้สิทธิผู้ถือ warrant แลกซื้อหุ้น XXX ในอัตราส่วน 1 warrant ต่อ 1 หุ้นแม่ที่ราคา 1.00 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 1/6/2565 .. ในเมื่อ warrant คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถประเมินมูลค่ามันได้ .. จากตัวอย่างข้างต้นถ้า ณ ปัจจุบันราคาหุ้น XXX อยู่ที่ 2.50 บาท ในเมื่อการถือครอง warrant ให้สิทธิ์เราซื้อหุ้นแม่ได้ที่ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาหุ้นแม่ในปัจจุบัน ดังนั้น XXX-W ก็ควรจะมี "มูลค่า" เป็นบวก และประมาณคร่าวๆได้ว่าไม่น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่า 1.50 บาท ซึ่งส่วนนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Intrinsic value .. อย่างไรก็ดีเนื่องจาก warrant มันไม่ใช่หุ้นสะทีเดียว มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกับอนาคต มันจึงมีมูลค่าอีกส่วนหนึ่งคือ Time value ซึ่งมูลค่าส่วนนี้เกิดจากความ "ลุ้น" ว่าราคาหุ้น...