Skip to main content

เราจะขายหุ้นเมื่อไรดี?


"ตัดใจไม่ไหวทิ้งเธอไม่ลง ไม่รู้ฉันเป็นอะไร"
..
สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับตัวผมเองในการลงทุนก็คือ "เราจะขายหุ้นเมื่อไรดี"
..
ถ้าเราลองไปถามความคิดเห็นจากกูรูการลงทุนหลายๆคนคุณคงได้รับคำตอบเช่นว่า 
..
"เมื่อคุณซื้อหุ้นที่สุดยอดในราคาที่ยุติธรรมแล้ว ก็จงถือมันไปให้นานที่สุด"
..
"จงซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และขายมันในเวลาที่ราคามันสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง"
..
แล้วแท้จริงแล้วเราควรจะทำยังไงหละ?
..
แน่นอนว่าแต่ละคนก็รับความเสี่ยงในการลงทุนได้ไม่เท่ากัน บางคนอาจถือหุ้นแล้วนอนไม่หลับ เพราะฉะนั้นคำตอบว่าควรจะขายหุ้นเมื่อไรก็คือ "ขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนบุคคล"
..
อ้าว!! แบบนี้มันตอบแบบกำปั้นทุบดินนี้หว่าเซียนกบ ขอคำตอบที่มันจริงจังหน่อยได้มั๊ย!?!
..
วิธีการที่ผมใช้ก็คือ การทำตารางที่บอกว่าหุ้นตัวนี้ควรเข้าซื้อที่ราคาเท่าไร และราคาเท่าไรที่เราควรขาย โดยปกติราคาซื้อ-ขายนี้ ผมจะอัพเดทตามงบการเงินที่ออกมาใหม่ (นั่นก็คือรายไตรมาส) ส่วนการนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับราคาตลาดก็จะทำรายสัปดาห์
..
ส่วนราคาเท่าไรที่ควรซื้อขายก็ตามการประเมินมูลค่าของแต่ละคน จะใช้ P/B P/E EV/EBITDA หรือจะใช้ผสมกันก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
..
ซึ่งการที่เราทำตารางราคาขึ้นมาอย่างน้อยมันก็ช่วยให้เรามี "สิ่งยึดเหนี่ยว" เวลาตัดสินใจซื้อขาย ที่เหลือก็เพียงแค่ "ตัวคุณ!!" ที่จะตัดสินใจตามนั้นหรือไม่

Comments

Popular posts from this blog

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

รู้เขารู้เรา รบยังไงให้ชนะ Passive fund??

ช่วงหลายปีมานี้กูรูหลายคนออกมาให้ความเห็นในการลงทุนในกองทุนรวมโดยหยิบเอาผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวมที่เป็น Passive fund มาเปรียบเทียบกับกองที่เป็น Active fund .. ผลก็คือกองทุน Active fund กว่า 80% ที่ลงทุนจ้างนักวิเคราะห์เพื่อมาคัดเลือกหุ้นอย่างมากมายกลับสร้างผลตอบแทนสู้กองทุน Passive fund ที่ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ในการปรับสัดส่วนการลงทุนไม่ได้เลย .. นั่นก็ทำให้เงินทุนหลั่งไหลเข้าไปยังกองทุน Passive fund มากขึ้นและเกิดกองทุนใหม่ๆขึ้นมามากมายเพื่อตอบสนองกับความต้องการเหล่านั้น .. และนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความกังวลในฟากตะวันตก เนื่องจากหลักการซื้อขายหุ้นของกอง Passive fund นั้นจะคำนวณตามมูลค่าของหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอ้างอิง ซึ่งนักการเงินหลายคนบอกว่ามันทำให้กลไกตลาดทำงานผิดเพี้ยน!! .. ตัวอย่างเช่นกองทุน Passive fund ที่อ้างอิงกับ SET50 ตัวกองทุนจะต้องมีการคำนวณอยู่เสมอว่าตอนนี้หุ้นใน SET50 แต่ละตัวมีน้ำหนักต่อดัชนีเท่าไร สมมติว่า Market cap รวมของ SET50 เท่ากับ 10 ล้านล้านบาท และ Market cap ของหุ้นปตท. เท่ากับ 1 ล้านล้านบาท กองทุนก็จะต้องลงทุนใน ปตท. เป็นสัดส่วน 10% ของขนาด...

เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีที่แล้ว

นักลงทุนหลายๆคนเมื่อเริ่มศึกษาประวัติการลงทุนของเหล่ากูรูทั่วโลกมักจะมีความคิดขึ้นมาเสมอว่า "ก็เรามันเกิดช้าไป" "ตอนนี้หุ้นมันแพงแล้ว" หรือ "ลงทุนสมัยก่อนมันไม่ยากเท่าปัจจุบัน" .. ผมไม่เถียงครับว่าช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เศรษฐกิจเกิดใหม่มักมีการเติบโตที่เร็วกว่า แต่ในเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันแล้ว การพยายามหาข้ออ้างมันคงไม่ได้ช่วยอะไรเรานอกจากการปลอบใจ .. ถ้าเราลองมองดีๆจะพบว่าโอกาสการลงทุนมันมีอยู่เสมอขึ้นอยู่กับว่าเรา "มองเกมขาดแค่ไหน?" "เราขยันแค่ไหน?" .. Facebook Google Apple ก็เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แล้วคุณจะบอกว่าโอกาสการลงทุนในปัจจุบันมันไม่มี?? .. สิ่งที่ผมจะบอกคือ "ความมั่งคั่ง" มันไม่เคยหายไปจากโลกครับ มันแค่ย้ายจากคนกลุ่มหนึ่งไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรือถ้าจะพูดให้ชัดคือ จากธุรกิจเก่าๆไปยังธุรกิจสำหรับอนาคต ธุรกิจที่มีความสามารถในการ "แย่งเงิน" จากคนอื่นก็จะเป็นธุรกิจที่เติบโต ในขณะที่ผู้แพ้ก็ต้องล้มตายไปตามระเบียบ .. บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการอ้างว่าเศรษฐกิจไ...