Skip to main content

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร


ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?"
..
ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
..
หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า?
..
คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น
1. สภาพแวดล้อม
2. พฤติกรรมของผู้บริโภค

"สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?"
..
ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า
..
Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันสถานีชาร์จไฟให้ครอบคลุมในทุกๆพื้นที่ที่มีการจำหน่าย
..
หลายคนก็ยังสงสัยว่า ถึงแม้ว่ามันจะมีสถานีชาร์จไฟมากพอกับปั๊มน้ำมัน แต่มันก็ยังต้องรอนานอยู่ดีไม่ใช่หรอ?
..
ใช่ครับ เพราะฉะนั้นสถานีชาร์จไฟมันจึงต้องออกแบบให้มีกิจกรรมสำหรับคนด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นก็คือ ร้านอาหาร และร้านค้าเล็กๆน้อย เปรียบเสมือนกับปั๊มน้ำมันตามต่างจังหวัดบ้านเราที่ทำหน้าที่เป็นจุดพักเหนื่อยไปในตัว
..
ส่วนการเดินทางภายในเมือง ด้วยระยะทาง 300 กม. ก็คงพอเพียงให้เจ้าของได้กลับมาชาร์จไฟกันที่บ้านอยู่แล้ว
..
มามองที่ประเทศไทย ระยะทาง 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ถือว่า "เพียงพอ" สำหรับลูกค้าที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องใช้เดินทางไกลบ่อยๆ อาจจะต้องภาวนาให้มี "โต้โผ" ในการขยายสถานีชาร์จไฟ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่แน่ใจ ว่ารถควรจะมาก่อนหรือปั๊มไฟควรจะมาก่อน เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อน
..
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน และต้องหวังพึ่ง "นโยบายภาครัฐ" ก็คือความพอเพียงของไฟฟ้า ซึ่ง ณ วันนี้ถ้าทั้งประเทศเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันหมด เห็นทีจะไฟดับกันทั้งประเทศ!!
ซึ่งการจะสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับ มันก็ต้องใช้เวลา
..
"แล้วจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคยังไง?"
..
เรื่องนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า "ยาก" เพราะมันขึ้นอยู่กับการรับรู้ การปรับตัวรับสิ่งใหม่ของคนในประเทศนั้นๆ ซึ่งในข้อนี้ก็ต้องให้ผู้ประกอบการคอย Educate ตลาด แต่สำหรับในไทยก็เหมือนจะไม่ง่าย ดูตัวอย่างเช่นรถยนต์ Hybrid ซึ่งก็ไม่ค่อยรุ่งเท่าไรในตลาดประเทศไทย
..
สุดท้ายแล้วผมก็ยังมองว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่เข้ามาในเร็วๆนี้ ถึงแม้จะมีเข้ามาบ้างก็จะเป็นลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ที่พร้อมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเราคงต้องรอให้รถยนต์ไฟฟ้าพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อนว่าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์สันดาปได้จริง

Comments

Popular posts from this blog

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

รู้เขารู้เรา รบยังไงให้ชนะ Passive fund??

ช่วงหลายปีมานี้กูรูหลายคนออกมาให้ความเห็นในการลงทุนในกองทุนรวมโดยหยิบเอาผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวมที่เป็น Passive fund มาเปรียบเทียบกับกองที่เป็น Active fund .. ผลก็คือกองทุน Active fund กว่า 80% ที่ลงทุนจ้างนักวิเคราะห์เพื่อมาคัดเลือกหุ้นอย่างมากมายกลับสร้างผลตอบแทนสู้กองทุน Passive fund ที่ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ในการปรับสัดส่วนการลงทุนไม่ได้เลย .. นั่นก็ทำให้เงินทุนหลั่งไหลเข้าไปยังกองทุน Passive fund มากขึ้นและเกิดกองทุนใหม่ๆขึ้นมามากมายเพื่อตอบสนองกับความต้องการเหล่านั้น .. และนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความกังวลในฟากตะวันตก เนื่องจากหลักการซื้อขายหุ้นของกอง Passive fund นั้นจะคำนวณตามมูลค่าของหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอ้างอิง ซึ่งนักการเงินหลายคนบอกว่ามันทำให้กลไกตลาดทำงานผิดเพี้ยน!! .. ตัวอย่างเช่นกองทุน Passive fund ที่อ้างอิงกับ SET50 ตัวกองทุนจะต้องมีการคำนวณอยู่เสมอว่าตอนนี้หุ้นใน SET50 แต่ละตัวมีน้ำหนักต่อดัชนีเท่าไร สมมติว่า Market cap รวมของ SET50 เท่ากับ 10 ล้านล้านบาท และ Market cap ของหุ้นปตท. เท่ากับ 1 ล้านล้านบาท กองทุนก็จะต้องลงทุนใน ปตท. เป็นสัดส่วน 10% ของขนาด...

เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีที่แล้ว

นักลงทุนหลายๆคนเมื่อเริ่มศึกษาประวัติการลงทุนของเหล่ากูรูทั่วโลกมักจะมีความคิดขึ้นมาเสมอว่า "ก็เรามันเกิดช้าไป" "ตอนนี้หุ้นมันแพงแล้ว" หรือ "ลงทุนสมัยก่อนมันไม่ยากเท่าปัจจุบัน" .. ผมไม่เถียงครับว่าช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เศรษฐกิจเกิดใหม่มักมีการเติบโตที่เร็วกว่า แต่ในเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันแล้ว การพยายามหาข้ออ้างมันคงไม่ได้ช่วยอะไรเรานอกจากการปลอบใจ .. ถ้าเราลองมองดีๆจะพบว่าโอกาสการลงทุนมันมีอยู่เสมอขึ้นอยู่กับว่าเรา "มองเกมขาดแค่ไหน?" "เราขยันแค่ไหน?" .. Facebook Google Apple ก็เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แล้วคุณจะบอกว่าโอกาสการลงทุนในปัจจุบันมันไม่มี?? .. สิ่งที่ผมจะบอกคือ "ความมั่งคั่ง" มันไม่เคยหายไปจากโลกครับ มันแค่ย้ายจากคนกลุ่มหนึ่งไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรือถ้าจะพูดให้ชัดคือ จากธุรกิจเก่าๆไปยังธุรกิจสำหรับอนาคต ธุรกิจที่มีความสามารถในการ "แย่งเงิน" จากคนอื่นก็จะเป็นธุรกิจที่เติบโต ในขณะที่ผู้แพ้ก็ต้องล้มตายไปตามระเบียบ .. บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการอ้างว่าเศรษฐกิจไ...