Skip to main content

Demand เทียม


ตามหาหุ้นเติบโตจงระวัง "Demand เทียม"
..
วันนี้เราจะมาสืบเสาะถึงบรรทัดบนสุดของงบการเงินนั่นก็คือ "รายได้ของบริษัท" แน่นอนครับว่าการที่บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นได้นั้นหนทางที่ดีที่สุดก็คือการเพิ่มรายได้!!
..
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วนักลงทุนทั้งหลายก็มักจะให้ความสนใจในบริษัทที่มีรายได้ที่เติบโตเรื่อยๆ แม้แต่ในธุรกิจอย่าง Start up ที่อาจจะยังไม่มีกำไรแต่ถ้ามียอดขายเติบโต นักลงทุนก็พร้อมที่จะให้ราคาที่งดงาม
..
แล้ว "Demand เทียม" คืออะไร?
..
ผมฉุกคิดได้หลังจากอ่านบทความทาง IT เกี่ยวกับการ "ขุดเหมือง" เพื่อหา Bitcoin
..
การขุดเหมืองคืออะไร? เราได้ Bitcoin มาได้ยังไง? เรื่องพวกนี้คงต้องอธิบายยาวไปถึง Bitcoin และ Blockchain ซึ่งสามารถหาอ่านได้ทั่วไปบนโลก Internet เพราะฉะนั้นผมจะเล่าแค่คร่าวๆพอให้เข้าใจไปได้พร้อมกัน ว่าแล้วก็สไลด์นิ้วต่อเลยครับ!!
..
ให้เรามองว่า Bitcoin ก็คือเงิน และเงินมันจะมีค่าเมื่อสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราต้องการได้ ทีนี้มันก็ต้องมีระบบที่ให้ความมั่นใจในการโอน Bitcoin ระหว่างบุคคล ซึ่งการเข้าไปขุดเหมือง ก็คือการที่เราใช้ Computer ของเราเข้าไปช่วยในการ "ประมวลผล" เข้ารหัส และถอดรหัสเพื่อให้การโอน Bitcoin ระหว่างบุคคลนั้นมีความปลอดภัย แน่นอนว่ากระบวนการดังกล่าว Computer ที่มีพลังประมวลผลแรงกว่าย่อมได้เปรียบ
..
ในยุคแรกๆ ของการขุด Bitcoin จำนวนคนขุดมีไม่มาก และ Bitcoin ก็ยังหาได้ไม่ยาก ใช้เพียง Computer ธรรมดาก็พอที่จะโชคดีได้รับผลตอบแทนกลับมาบ้าง
..
ทีนี้พอนานวันเข้าคนเริ่มเข้ามาขุด Bitcoin มากขึ้น ก็มีคนสร้าง "เครื่อง" ที่ทำหน้าที่ขุด Bitcoin โดยเฉพาะซึ่งก็มีพลังที่แรงขึ้นกว่าการใช้คอมพิวเตอร์บ้านๆทั่วไป และมาจนถึงยุคสุดท้าย (ยุคปัจจุบัน) สิ่งที่มีพลังราวเทพเจ้าและคุ้มค่าในการขุด Bitcoin มากที่สุดก็คือ "การ์ดจอ"
..
"การ์ดจอ" ครับ อ่านไม่ผิดครับ มันคืออุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผลกราฟฟิคในคอมพิวเตอร์ของเราๆท่านๆนี่เอง โดยมีคนที่เขียน Software เพื่อดึงพลังอันมหาศาลของการ์ดจอมาใช้ในการขุด Bitcoin ในด้านของความสามารถแล้วมันไม่ได้ต่างจากเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อขุด Bitcoin โดยเฉพาะ
..
ถ้านักขุดต้องการความแรงที่เพิ่มขึ้นก็เพียงซื้อการ์ดจอหลายๆตัวมาต่อพ่วงกันเพื่อเพิ่มพลังได้มากเท่าที่งบประมาณจะเอื้ออำนวย นอกจากนี้อีกปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้การ์ดจอเพื่อขุด Bitcoin ก็คือ "มันสามารถขายต่อได้" โดยที่มีเหล่า Gamer ทั่วโลกที่พร้อมจะรับช่วงต่อการ์ดจอเหล่านั้นไปประทับความแรงในการเล่นเกมส์
..
กลับมาที่คำถามของเราว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ "Demand เทียม" ??
..
ถ้าคุณไปเปิดดูงบการเงินของบริษัทที่ผลิตการ์ดจอระดับโลกอย่าง Nvidia คุณจะเจอคำตอบ ในอดีตบริษัทมียอดขายโตปีละประมาณ 10%แต่งบปีล่าสุดกลับมียอดขายเติบโตถึง 38% และกำไรเติบโตถึง 2.7 เท่า ตัวเลขเติบโตขนาดนี้ถ้าจะบอกว่ามาจาก Gamer ล้วนๆก็คงไม่ใช่!!!
..
จะเห็นได้ว่าถ้าเราดูการเติบโตของ Nvidia ในปีล่าสุดแล้วคิดว่าบริษัทจะมีการเติบโตมหาศาลนั้น ผมคิดว่าเราคงจะโดน "Demand เทียม" เล่นงานแน่ๆ

Comments

Popular posts from this blog

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร

ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?" .. ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป .. หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า? .. คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1. สภาพแวดล้อม 2. พฤติกรรมของผู้บริโภค "สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?" .. ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า .. Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็...

Warrant ควรมีราคาเท่าไร?

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงเคยซื้อ warrant หรือไม่ก็ได้ฟรีมาจากการถือหุ้นแม่ .. ว่าแต่ Warrant คืออะไร แล้วมันประเมินมูลค่าเหมือนหุ้นรึเปล่า? .. Warrant คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือครอง warrant สามารถซื้อหุ้น "แม่" ในราคาที่กำหนดไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต .. เช่น XXX-W ให้สิทธิผู้ถือ warrant แลกซื้อหุ้น XXX ในอัตราส่วน 1 warrant ต่อ 1 หุ้นแม่ที่ราคา 1.00 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 1/6/2565 .. ในเมื่อ warrant คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถประเมินมูลค่ามันได้ .. จากตัวอย่างข้างต้นถ้า ณ ปัจจุบันราคาหุ้น XXX อยู่ที่ 2.50 บาท ในเมื่อการถือครอง warrant ให้สิทธิ์เราซื้อหุ้นแม่ได้ที่ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาหุ้นแม่ในปัจจุบัน ดังนั้น XXX-W ก็ควรจะมี "มูลค่า" เป็นบวก และประมาณคร่าวๆได้ว่าไม่น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่า 1.50 บาท ซึ่งส่วนนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Intrinsic value .. อย่างไรก็ดีเนื่องจาก warrant มันไม่ใช่หุ้นสะทีเดียว มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกับอนาคต มันจึงมีมูลค่าอีกส่วนหนึ่งคือ Time value ซึ่งมูลค่าส่วนนี้เกิดจากความ "ลุ้น" ว่าราคาหุ้น...