ยังมีวิธีการสร้างอำนาจผูกขาดอีกสามวิธีที่จะมาเล่าวันนี้ ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ เพราะการพยายามสร้างอำนาจผูกขาดบางวิธีอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจจนยากจะหวนคืน พร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ
..
วิธีที่สาม การสร้างอำนาจผูกขาดด้วย Location อย่างไรก็ดีกรณีนี้มักเป็นตลาดผู้แข่งน้อยรายมากกว่าจะเป็นตลาดผูกขาด ลองนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะเห็นได้ชัดว่าธุรกิจไหนที่จับจองพื้นที่ที่เป็น "ทำเลทอง" ได้ ก็จะมีอำนาจเหนือคู่แข่ง มันอาจจะเป็นธุรกิจโรงหนังที่ได้แย่งชิงทำเลตามห้างสรรพสินค้าไว้หมดแล้ว การที่คู่แข่งรายใหม่จะเข้ามาก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรืออาจจะเป็นธุรกิจการขายสินค้าในสนามบินที่ทำสัญญายึดพื้นที่ไว้แต่เพียงผู้เดียว การผูกขาดโดย location นั้น ธุรกิจไม่จำเป็นต้องทำ R&D อย่างเข้มข้นเหมือนเช่นการผูกขาดที่พูดไปครั้งก่อน แต่สิ่งที่สำคัญคือการรักษาสัมพันธภาพอันดีต่อผู้ให้เช่า Location (ถ้าเป็นเจ้าของเองก็ยิ่งสบายใจได้)
..
วิธีที่สี่คือการผูกขาดเนื่องจากไม่มีใครอยากเข้ามาแข่ง โดยปกติมักจะเป็นธุรกิจที่ไม่มี Knowhow อะไรเหลือแล้ว เป็นสินค้าที่ใครๆก็ทำได้ และมีกำไรต่ำมากจนไม่มีใครอยากเข้ามาทำ มันอาจจะเป็นธุรกิจผลิตน็อตที่เพียงบริษัทเดียวก็อาจจะเพียงพอสำหรับทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ดีธุรกิจเหล่านี้ก็จะมีกำไรต่ำมาก และความผันผวนเพียงเล็กน้อย (เช่นค่าเงิน) ก็อาจพลิกให้บริษัทขาดทุนอยู่เป็นนิจ
..
วิธีสุดท้ายคือการ "ทุ่มตลาด" โดยบริษัทพยายามจะสร้างอำนาจผูกขาดโดยการ "ขายขาดทุน" เพื่อหวังให้บริษัทอื่นๆ "เจ๊ง" (และต้องหวังให้ตัวเองอยู่รอดด้วย) บริษัทที่ทำแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่าตัวเองมี "สายป่าน" ที่ยาวกว่าคนอื่นและจะอยู่รอดในภาวะขาดทุนได้นานกว่าคนอื่น แต่เชื่อผมเถอะครับการทำแบบนี้มันไม่ยั่งยืน และที่ผ่านมาก็เห็นแต่จะแย่ตามๆกันไปทั้งอุตสาหกรรม
..
เป็นยังไงกันบ้างครับกับการหาธุรกิจที่สามารถสร้างอำนาจผูกขาดได้ ที่เหลือก็แค่มองหาธุรกิจที่จะมี "Growth" ซึ่งผมจะมาเล่าให้ฟังคราวหน้า
Comments
Post a Comment