Skip to main content

Posts

เราจะวิเคราะห์ Cryptocurrency ยังไงดี?

นับว่ากระแสแรงมากเลยทีเดียวสำหรับสกุลเงิน Digital ทั้งเรื่องราคาที่เหวี่ยงขึ้นลงอย่างมากและการออกเหรียญใหม่ๆกันแทบทุกวัน ล่าสุดบริษัทมหาชนในไทยแห่งนึงก็ประกาศจะทำ Digital coin กับเค้าด้วย วันนี้เซียนกบจะมาเล่าคร่าวๆถึงมุมมองของเซียนกบว่าเหรียญไหนมีโอกาสรุ่งหรือเหรียญไหนมันเป็นเหรียญเก๊กันแน่!!!! .. Digital coin นั้นอยู่ในกลุ่มของ Zero earning asset นั่นหมายความว่าคุณจะไม่ได้อะไรจากการถือครองเหรียญ ซึ่งแตกต่างจากหุ้นที่คุณยังได้รับเงินปันผลจากการถือครองมันไว้ ดังนั้นทางเดียวที่คุณจะได้กำไรจากการถือครอง Digital coin คือราคาของมันจะต้องเพิ่มขึ้น!! .. มันจึงกลับมาสู่จุดที่เราต้องวิเคราะห์ถึง Demand และ Supply ของเหรียญที่เรากำลังสนใจ ตราบใดที่ Demand มากกว่า Supply เหรียญก็จะมีมูลค่าสูงขึ้น .. เรามาเริ่มที่ฝั่ง Supply ของเหรียญกันก่อนเนื่องจากมันพิจารณาได้ง่ายกว่า Supply ของเหรียญนั้นจะขึ้นอยู่กับผู้สร้างเหรียญนั้นขึ้นมา บางเหรียญอาจจะมี Supply ที่จำกัดในขณะที่บางเหรียญผู้สร้างอาจจะเสกเหรียญขึ้นมาเท่าไรก็ได้ตามที่ต้องการ แน่นอนว่าการที่มี Supply จำกัดย่อมสร้างมูลค่าให้แก่เ...

รู้เขารู้เรา รบยังไงให้ชนะ Passive fund??

ช่วงหลายปีมานี้กูรูหลายคนออกมาให้ความเห็นในการลงทุนในกองทุนรวมโดยหยิบเอาผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวมที่เป็น Passive fund มาเปรียบเทียบกับกองที่เป็น Active fund .. ผลก็คือกองทุน Active fund กว่า 80% ที่ลงทุนจ้างนักวิเคราะห์เพื่อมาคัดเลือกหุ้นอย่างมากมายกลับสร้างผลตอบแทนสู้กองทุน Passive fund ที่ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ในการปรับสัดส่วนการลงทุนไม่ได้เลย .. นั่นก็ทำให้เงินทุนหลั่งไหลเข้าไปยังกองทุน Passive fund มากขึ้นและเกิดกองทุนใหม่ๆขึ้นมามากมายเพื่อตอบสนองกับความต้องการเหล่านั้น .. และนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความกังวลในฟากตะวันตก เนื่องจากหลักการซื้อขายหุ้นของกอง Passive fund นั้นจะคำนวณตามมูลค่าของหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอ้างอิง ซึ่งนักการเงินหลายคนบอกว่ามันทำให้กลไกตลาดทำงานผิดเพี้ยน!! .. ตัวอย่างเช่นกองทุน Passive fund ที่อ้างอิงกับ SET50 ตัวกองทุนจะต้องมีการคำนวณอยู่เสมอว่าตอนนี้หุ้นใน SET50 แต่ละตัวมีน้ำหนักต่อดัชนีเท่าไร สมมติว่า Market cap รวมของ SET50 เท่ากับ 10 ล้านล้านบาท และ Market cap ของหุ้นปตท. เท่ากับ 1 ล้านล้านบาท กองทุนก็จะต้องลงทุนใน ปตท. เป็นสัดส่วน 10% ของขนาด...

คุณกำลังสับสนในปรัชญาการลงทุนรึเปล่า?

วันนี้มีคำถามมาให้ลองตอบกัน 2 ข้อครับ .. คำถามที่ 1 ผมให้คุณเลือกระหว่าง ทางเลือกที่ 1) รับเงินไปเลย 5 ล้านบาท ใครเลือกข้อนี้ได้ 1 คะแนน ทางเลือกที่ 2) จับสลากว่าจะได้เงินรางวัล 0 บาท หรือ 20 ล้านบาท ใครเลือกข้อนี้ได้ 2 คะแนน .. คำถามที่ 2 คุณมีเงิน 5 ล้านบาทต้องเลือกลงทุนระหว่าง ทางเลือกที่ 1) เงินลงทุนจะเพิ่มเป็น 7 ล้านบาทหรือ 10 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ใครเลือกข้อนี้เอาไปอีก 1 คะแนน ทางเลือกที่ 2) เงินลงทุนจะเพิ่มเป็น 20 ล้านบาทหรือเหลือ 1 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ใครเลือกข้อนี้เอาไปอีก 2 คะแนน .. คำถาม 2 ข้อข้างบนคงไม่ยากเกินไปใช่มั๊ยครับ ทีนี้มาดูกันว่าคุณทำได้กี่คะแนนกัน? .. ถ้าใครทำได้ 3 คะแนน ผมคิดว่าคุณน่าจะยังสับสนกับแนวทางการลงทุนของคุณเอง ผมอยากให้ลองกลับไปตั้งหลักให้ดีก่อนครับว่าคุณเป็นนักลงทุนสไตล์ไหนกันแน่ .. ส่วนคนที่ได้ 2 หรือ 4 คะแนน คงไม่ต้องบอก เพราะคุณน่าจะชัดเจนในสไตล์อยู่แล้ว #ปรัชญาการลงทุน

Set ทำ new high สำคัญไฉน?

ตั้งแต่เข้าเดือนกันยายนมา SET index ก็ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำ new high ในรอบกว่า 23 ปี ส่งผลให้ความมั่นใจของนักลงทุนกลับมา และในเชิงของสายกราฟการเบรค High ก็ค่อนข้างมีความหมายสำคัญเลยทีเดียว .. แล้วเซียนกบว่าไง? .. แน่นอนว่าก็คงรู้สึกดีใจไปกับตลาดด้วยที่ "เริ่มเคลื่อนไหว" สะทีหลังจากที่วนเวียนอยู่ในกรอบแคบๆมานานหลายเดือน แต่นั่นไม่ได้ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อหุ้นเปลี่ยนไป .. ทำไมนะเหรอ? .. 1,650 จุด เมื่อ 23 ปีที่แล้ว กับ 1,650 จุดวันนี้ มันไม่เหมือนกันนะผมว่า ถ้าเราไปดู Market cap รวมของทั้งตลาดจะเห็นชัดเลยว่า Market cap วันนี้เยอะกว่าเมื่อ 23 ปีที่แล้วมาก แม้ว่า Index จะเท่าเดิม .. เมื่อ 23 ปีที่แล้ว เรายังไม่มีหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง CPALL AOT หรือแม้กระทั่ง PTT การเปรียบเทียบ index อดีตและปัจจุบันในเชิงของ Fundamental มันจึงไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร แต่แน่นอนว่าในด้านของ Momentum นั้นมันช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ดีเลยหละ .. จบสั้นๆแบบนี้แหละ #จงระวังวิกฤตในทุกโอกาส

คุณกำลังติดอยู่ใน "Izanami" รึเปล่า??

สำหรับใครที่อ่านนารูโตะน่าจะจำฉากที่อิทาจิฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วได้ต่อสู้กับคาบูโตะ ซึ่งในครั้งนั้นอิทาจิได้ใช้วิชาเนตรลวงตา "Izanami" ทำให้คาบูโตะติดอยู่ใน Loop ของการต่อสู้กับอิทาจิโดยที่คาบูโตะจะไม่มีวันออกจากวังวนนี้ได้เลยจนกว่าจะตัวเองจะยอมรับว่าติดอยู่ในวังวน หรือกำลังพ่ายแพ้อยู่นั่นเอง!! .. กลับมาที่เรื่องของการลงทุน คงได้ยินประโยคที่ว่า "เล่นหุ้นยังไงก็ไม่รวย" ซึ่งคำถามที่เราควรจะถามก็คือ "นักลงทุนกำลังติดอยู่ใน Izanami รึเปล่า?" .. Izanami ที่ว่าก็หมายถึงวิธีการลงทุนที่นักลงทุนเชื่อว่าเป็นวิธีที่ทำให้เค้าร่ำรวย ซึ่งเค้าอาจจะทำแบบนี้มาเป็นเวลาหลายปี จนลืมที่จะกลับไปมองดูหรือยอมรับว่ามันไม่ได้ทำให้เค้าเป็นผู้ชนะในตลาดหุ้นเลย ซึ่งการที่จะให้นักลงทุนเหล่านั้นยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่นั้นมันเป็นวิธีที่ผิดก็อาจจะไม่ง่ายนัก .. .. สำหรับเพื่อนๆ เซียนกบก็อยากจะแนะนำวิธีที่จะหลุดพ้นจาก Izanami ได้ก็คือการจดบันทึกการลงทุนของตัวเองแล้วคอยติดตามผลการลงทุนว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็ยอมรับความผิดพลาดของตน อย่าให้ตัวเองเป็น "The next Ka...

เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีที่แล้ว

นักลงทุนหลายๆคนเมื่อเริ่มศึกษาประวัติการลงทุนของเหล่ากูรูทั่วโลกมักจะมีความคิดขึ้นมาเสมอว่า "ก็เรามันเกิดช้าไป" "ตอนนี้หุ้นมันแพงแล้ว" หรือ "ลงทุนสมัยก่อนมันไม่ยากเท่าปัจจุบัน" .. ผมไม่เถียงครับว่าช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เศรษฐกิจเกิดใหม่มักมีการเติบโตที่เร็วกว่า แต่ในเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันแล้ว การพยายามหาข้ออ้างมันคงไม่ได้ช่วยอะไรเรานอกจากการปลอบใจ .. ถ้าเราลองมองดีๆจะพบว่าโอกาสการลงทุนมันมีอยู่เสมอขึ้นอยู่กับว่าเรา "มองเกมขาดแค่ไหน?" "เราขยันแค่ไหน?" .. Facebook Google Apple ก็เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แล้วคุณจะบอกว่าโอกาสการลงทุนในปัจจุบันมันไม่มี?? .. สิ่งที่ผมจะบอกคือ "ความมั่งคั่ง" มันไม่เคยหายไปจากโลกครับ มันแค่ย้ายจากคนกลุ่มหนึ่งไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรือถ้าจะพูดให้ชัดคือ จากธุรกิจเก่าๆไปยังธุรกิจสำหรับอนาคต ธุรกิจที่มีความสามารถในการ "แย่งเงิน" จากคนอื่นก็จะเป็นธุรกิจที่เติบโต ในขณะที่ผู้แพ้ก็ต้องล้มตายไปตามระเบียบ .. บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการอ้างว่าเศรษฐกิจไ...

จากน้ำอัดลมถึงน้ำมะพร้าว เราจะลงทุนอะไรดี

น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ชาเขียว น้ำคอลลาเจน น้ำบำรุงสวย น้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว บลาๆๆ .. ทีกล่าวมาทั้งหมดเป็นตัวอย่างคร่าวๆของธุรกิจน้ำดื่มที่ไม่ใช่น้ำเปล่า แน่นอนว่าตลาดเครื่องดื่มนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก และการทำ Product ได้ติดตลาดก็เหมือนว่าจะสร้างความร่ำรวยให้นักลงทุนได้ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่นาน .. แล้วเราจะเลือกอะไรดีละ?? ผมจำได้ว่าช่วงเด็กถ้าเราไม่ดื่มน้ำเปล่าเราก็มีทางเลือกไม่มากนัก ซึ่งสมัยนั้นก็มีเพียงน้ำอัดลมที่เป็นทางเลือก ถัดมาในอีกยุคสมัยก็เป็นยุคของชาเขียวด้วยเหตุผลเช่นว่าดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำอัดลมบ้างอะไรบ้าง แต่จะยังไงก็แล้วแต่ตลาดชาเขียวก็โตมากจนสามารถสร้างนักธุรกิจพันล้านขึ้นมาได้ .. ผ่านมาอีกยุคหนึ่งก็มาเน้นเครื่องดื่มเพิ่มความหล่อความสวย ซึ่งมองผ่านๆก็เหมือนว่า "มันจะเป็นไปได้ยังไง" แต่อย่างว่าก็มียอดขายถล่มทลายติดตลาดกันไป .. มาถึงอีกยุคนึง โอ้มีคนจีนมาเที่ยวไทยเยอะเลย และก็ชอบน้ำมะพร้าวกันอย่างมาก ครั้งนี้ก็ถึงทีของน้ำมะพร้าวที่ได้เป็นพระเอก .. อนาคตก็คงมีเครื่องดื่มใหม่ๆออกมาทำตลาดกันอีกมากมาย แต่ปัญหาของนักลงทุนคือแล้วเราจะลงทุนกับเครื่องดื่...

ประเมินมูลค่าหุ้นได้ต่างจากราคาตลาดมาก!!! ทำไงดี?

หลายครั้งที่นักลงทุนพยายามประเมินมูลค่าของบริษัทก่อนการลงทุนและมักจะพบว่าราคาที่ประเมินได้ช่างแตกต่างจากราคาตลาดในปัจจุบันมาก แบบนี้แล้วเราควรจะทำยังไงดี? .. สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของนักลงทุนก็คือ "หรือว่าเราจะประเมินมูลค่าผิด" แต่แล้วเมื่อเราตรวจสอบทั้งข้อมูลและสมมติฐานที่เราใช้แล้ว ก็พบว่ามันก็ดูสมเหตุสมผลดีนี่หน่า เช่นนั้นแล้วอีกหนึ่งคำตอบก็คือ "หรือว่าตลาดจะให้ราคากับหุ้นตัวนี้ผิด" .. แน่นอนว่าผมก็ไม่มีคำตอบให้หรอกว่าคุณคิดผิดหรือตลาดคิดผิด แต่อยากจะเล่าให้ฟังถึงมุมมองของปรมาจารย์การลงทุนระดับโลกท่านหนึ่งที่มีต่อราคาหุ้นในตลาด .. สมมติว่าเราลองให้คน 1,000 คน ช่วยกันทายน้ำหนักของหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วเราเอาผลการทายทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย มันมีความน่าจะเป็นค่อนข้างสูงที่ค่าเฉลี่ยที่เราได้จะใกล้เคียงกับน้ำหนักจริงของหญิงสาวคนนั้น ทำไมนะเหรอ? นั่นก็เพราะว่าเราทุกคนมี Background knowledge หรือ "ประสบการณ์" ที่น่าจะประมาณได้ว่าหญิงสาวที่เราเห็นพอจะมีน้ำหนักเท่าไร เราอาจจะประเมินจากรูปร่างของหญิงสาวคนนั้น ร่วมกับความสูง ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะประเมินไม่ถูกเป๊ะ...

ธุรกิจ Omakase ของผมก็คือ โรงหนัง!!

วันหยุดเพื่อนๆทำอะไรกันครับ?? .. ผมสังเกตว่าคนกรุงเทพฯ นั้นชอบเดินห้างครับ และกิจกรรมชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างฆ่าเวลาได้ดีก็คือ "ดูหนัง" ซึ่งโดยทั่วไปแล้วห้างส่วนใหญ่ก็จะมีโรงหนังคอยให้บริการอยู่แล้ว และนี่จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้!! .. ผมจะเล่าให้ฟังถึงโมเดลธุรกิจของโรงหนัง ซึ่งเมื่ออ่านจนจบแล้วหลายคนอาจจะเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นที่ทำธุรกิจโรงหนังก็เป็นได้ .. แต่ก่อนที่จะเล่าถึงธุรกิจโรงหนังขอให้เพื่อนๆ ย้อนไปอ่านบทความที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้กันก่อนเรื่อง "การทำธุรกิจแบบ Omakase" ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ตามลิงค์นี้เข้าไปเลยครับ http://frog-stock.blogspot.com/2017/06/omakase.html .. ที่ต้องให้อ่านบทความธุรกิจ Omakase ก่อนก็เพราะว่า ธุรกิจโรงหนังสำหรับผมแล้วมันก็คือการทำธุรกิจแบบ Omakase นั่นเอง  .. จุดเด่นของการทำธุรกิจแบบ Omakase ก็คือ การที่ธุรกิจสามารถบริหารจัดการ Inventory ได้แบบเบ็ดเสร็จจนแทบไม่ต้องมี Inventory สำรองเลย ซึ่ง "โรงหนัง" ก็เช่นกัน ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากโมเดลธุรกิจที่มีรายได้ในลักษณะของ  Revenue sharing  .. ต้องเข้าใจก่...

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Bitcoin ถูกขุด "หมดโลก"

"21 ล้าน เป็นจำนวน Bitcoin ที่มีอยู่ทั้งหมดบนโลกใบนี้" .. ช่วงนี้ข่าวคราวการขุด Bitcoin ทั้งในไทยและทั่วโลกเป็นกระแสที่เรียกได้ว่า "ติดลมบน" ผมคิดว่าคงเพราะราคาที่ขึ้นอย่างพรวดพราดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งดึงดูดให้คนเข้ามาเพื่อแสวงหาผลตอบแทน .. ในฐานะที่เป็นนักลงทุน ผมมองว่า Bitcoin นั้นก็ถือเป็นการลงทุนได้ แต่ก็ต้องพิจารณาว่าผลตอบแทนและความเสี่ยงมันเป็นอย่างไร? .. ถ้าคุณอยากเริ่มลงทุนใน Bitcoin ก็คงมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน 1) ซื้อ Bitcoin และถือไว้เปรียบเสมือนการลงทุนในสินทรัพย์เช่นทองคำ 2) ลงทุนเป็นผู้ขุด Bitcoin ซึ่งก็ต้องลงทุนกับการซื้ออุปกรณ์ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ว่านักลงทุนถนัดแบบไหน ก็เลือกกันตามความชอบใจ .. เรามาดูกันคร่าวๆดีกว่าว่า Bitcoin มีความน่าสนใจในการลงทุนมั๊ย? Bitcoin มี Supply จำกัดอยู่ที่ "21 ล้านหน่วย" ข้อนี้ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ Bitcoin ที่ทำให้มันสร้างมูลค่าให้ตัวมันเองได้ ซึ่งพื้นฐานความคิดนี้ก็มาจากทองคำนั่นเอง ถ้ามองในมุมที่ว่า Supply มีจำกัด แต่ Demand เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันก็มีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นได้อย่างไม...

Warrant ควรมีราคาเท่าไร?

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงเคยซื้อ warrant หรือไม่ก็ได้ฟรีมาจากการถือหุ้นแม่ .. ว่าแต่ Warrant คืออะไร แล้วมันประเมินมูลค่าเหมือนหุ้นรึเปล่า? .. Warrant คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือครอง warrant สามารถซื้อหุ้น "แม่" ในราคาที่กำหนดไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต .. เช่น XXX-W ให้สิทธิผู้ถือ warrant แลกซื้อหุ้น XXX ในอัตราส่วน 1 warrant ต่อ 1 หุ้นแม่ที่ราคา 1.00 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 1/6/2565 .. ในเมื่อ warrant คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถประเมินมูลค่ามันได้ .. จากตัวอย่างข้างต้นถ้า ณ ปัจจุบันราคาหุ้น XXX อยู่ที่ 2.50 บาท ในเมื่อการถือครอง warrant ให้สิทธิ์เราซื้อหุ้นแม่ได้ที่ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาหุ้นแม่ในปัจจุบัน ดังนั้น XXX-W ก็ควรจะมี "มูลค่า" เป็นบวก และประมาณคร่าวๆได้ว่าไม่น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่า 1.50 บาท ซึ่งส่วนนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Intrinsic value .. อย่างไรก็ดีเนื่องจาก warrant มันไม่ใช่หุ้นสะทีเดียว มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกับอนาคต มันจึงมีมูลค่าอีกส่วนหนึ่งคือ Time value ซึ่งมูลค่าส่วนนี้เกิดจากความ "ลุ้น" ว่าราคาหุ้น...

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

Demand เทียม

ตามหาหุ้นเติบโตจงระวัง "Demand เทียม" .. วันนี้เราจะมาสืบเสาะถึงบรรทัดบนสุดของงบการเงินนั่นก็คือ "รายได้ของบริษัท" แน่นอนครับว่าการที่บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นได้นั้นหนทางที่ดีที่สุดก็คือการเพิ่มรายได้!! .. เมื่อรู้เช่นนี้แล้วนักลงทุนทั้งหลายก็มักจะให้ความสนใจในบริษัทที่มีรายได้ที่เติบโตเรื่อยๆ แม้แต่ในธุรกิจอย่าง Start up ที่อาจจะยังไม่มีกำไรแต่ถ้ามียอดขายเติบโต นักลงทุนก็พร้อมที่จะให้ราคาที่งดงาม .. แล้ว "Demand เทียม" คืออะไร? .. ผมฉุกคิดได้หลังจากอ่านบทความทาง IT เกี่ยวกับการ "ขุดเหมือง" เพื่อหา Bitcoin .. การขุดเหมืองคืออะไร? เราได้ Bitcoin มาได้ยังไง? เรื่องพวกนี้คงต้องอธิบายยาวไปถึง Bitcoin และ Blockchain ซึ่งสามารถหาอ่านได้ทั่วไปบนโลก Internet เพราะฉะนั้นผมจะเล่าแค่คร่าวๆพอให้เข้าใจไปได้พร้อมกัน ว่าแล้วก็สไลด์นิ้วต่อเลยครับ!! .. ให้เรามองว่า Bitcoin ก็คือเงิน และเงินมันจะมีค่าเมื่อสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราต้องการได้ ทีนี้มันก็ต้องมีระบบที่ให้ความมั่นใจในการโอน Bitcoin ระหว่างบุคคล ซึ่งการเข้าไปขุดเหมือง...

มหกรรม "เบี้ยวหนี้"

กลับมาอีกแล้วกับมหกรรม "เบี้ยวหนี้" .. ผมเชื่อว่าทุกคนยังจำได้ถึงกรณี IFEC ที่ใช้คำว่า "มีปัญหาภายใน" ส่งผลให้บริษัทเบี้ยวหนี้หลายครั้งหลายครา จนปัจจุบันก็ยังจัดการปัญหาไม่จบ .. ล่าสุดก็มีอีกบริษัทที่พึ่งออกมาประกาศว่าตัวเองขาดสภาพคล่องนั่นก็คือ EARTH!! .. ผมมองว่าการเบี้ยวหนี้ครั้งนี้ค่อนข้าง "น่าสงสัย" ย้อนไปสัก 1 เดือนก่อนหน้าราคาหุ้นของบริษัทตกลงอย่างหนัก พร้อมกับข่าวที่เปิดเผยออกมาว่า ผู้บริหารของบริษัทถูกบังคับให้ขายหุ้นจากการลงทุนในอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้นของบริษัท .. ในมุมนี้แน่นอนว่าผู้เสียประโยชน์ทั้งหลายต้องพยายาม "เอาคืน" โดยเฉพาะเหล่าผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เสียทั้งเงินและหุ้น ที่ผมสงสัยการเบี้ยวหนี้ครั้งนี้เพราะอะไร? .. 1) บ. ทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านหิน ซึ่ง ตอนนี้ตลาดถ่านหินก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรแปลกๆ 2) บ. ที่มียอดขายเป็นหมื่นล้าน แต่มาเบี้ยวหนี้ 40 ล้าน มันค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลเท่าไร .. ถ้าบริษัทขาดสภาพคล่องจริง จุดนี้คงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก เพราะถ้าเงินเพียง 40 ล้านยังไม่มี เงินทุนที่จะใช้ "รั...

P/E จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับอะไร

ทำไมหุ้นอย่างโรงพยาบาลนักลงทุนกล้าให้ P/E 30 เท่า ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ P/E 10 เท่าก็หรูแล้ว? .. ปัจจัยที่จะกำหนด P/E หลักๆมันก็มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน .. 1) กำไรของบริษัทจะเติบโตมากน้อยแค่ไหน อันนี้น่าจะเป็นคำตอบแรกที่ทุกคนคิด เพราะยิ่งกำไรโตเร็วเท่าไร ในอนาคต P/E มันก็จะลดลงได้เร็วเท่านั้น เพราะฉะนั้นนักลงทุนก็ยอมที่จะจ่ายที่ P/E สูงๆ .. 2) ข้อนี้หลายคนอาจจะเคยสังเกตว่าแต่ละอุตสาหกรรมก็จะมี P/E ที่ต่างกันและมันก็มักจะอยู่แบบนั้นไม่ค่อยเปลี่ยน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้แต่ละอุตสาหกรรมมี P/E ที่ต่างกันนั่นก็เพราะ "ความคงเส้นคงวาของกำไร" .. สมมติผมให้คุณเลือกลงทุนระหว่าง 1) ธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ 2) ธุรกิจค้าขายเหล็ก คุณจะเลือกอะไร .. แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเลือกคำตอบแรก เพราะมันมี "ความผันผวนน้อยกว่า" ในขณะที่การค้าขายเหล็กมีความเสี่ยงทั้งจากราคาเหล็กที่ผันผวน และยังค่อนข้างอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ .. เมื่อคนส่วนใหญ่ชอบธุรกิจที่มีรายได้และกำไรที่มั่นคงกว่า มันก็เป็นปกติที่นักลงทุนจะให้ "ราคา" กับธุรกิจเหล่านั้นมากกว่า .. ...

เมื่อโรงพยาบาลเป๋!!

เห็นช่วงนี้หลายเพจออกมาเขียนเกี่ยวกับหุ้นโรงพยาบาล ที่ทั้งงบการเงินและราคาค่อนข้างปวดใจ ผมคงไม่เขียนซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะคนอื่นก็คงเขียนกันไปหมดแล้ว แต่หลายๆโรงพยาบาลที่ราคาลดลงมาค่อนข้างมาก อาจจะเป็นโอกาสที่หลายคนคิดว่า "มันคงไม่ลงมาให้ซื้อ" ได้มีโอกาสเข้าไปลงทุนได้บ้าง .. เรามาเตรียมตัวกันดีกว่าว่าเราจะเลือกลงทุนโรงพยาบาลยังไงดี .. เริ่มแรกเราควรจะเข้าใจก่อนว่าหุ้นโรงพยาบาลในตลาดหุ้นไทยแบ่งง่ายๆได้เป็น 2 พวกคือ 1) กลุ่มโรงพยาบาล พวกนี้ก็เช่น BDMS BCH และ VIBHA 2) โรงพยาบาลที่เป็น stand alone พวกนี้อาจจะมีแห่งเดียวหรือมีสัก 2-3 สาขา เช่น BH TNH NTV .. ทีนี้นักลงทุนก็ต้องเลือกแล้วหละว่าคุณชอบหุ้นโรงพยาบาลในลักษณะไหน .. จากที่ผมสังเกต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดมักจะให้ "ราคา" กับหุ้นประเภท "กลุ่มโรงพยาบาล" สูงกว่า ทั้งนี้ก็น่าจะมาจากโอกาสในการเติบโตที่เห็นเด่นชัดกว่า โดยกลุ่มโรงพยาบาลจะสามารถเติบโตจากการเข้าซื้อโรงพยาบาลเพื่อให้มีโรงพยาบาลในเครือมากขึ้น ซึ่งการเข้าซื้อโรงพยาบาลก็จะช่วยให้สามารถรับรู้รายได้และกำไรของโรงพยาบาลที่ซื้อเ...

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร

ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?" .. ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป .. หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า? .. คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1. สภาพแวดล้อม 2. พฤติกรรมของผู้บริโภค "สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?" .. ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า .. Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็...

ทำธุรกิจแบบ "Omakase"

การทำธุรกิจแบบ "Omakase" คืออะไร? .. นั่งประชันหน้ากับ Chef โดยมีเพียงจานหนึ่งใบวางไว้เบื้องหน้า ไม่ต้องขอเมนู ไม่ต้องนึกว่าอยากกินอะไร ทั้งหมด Chef จะเป็นผู้จัดอาหารมาให้เรากิน "ตามใจ Chef" .. ใช่แล้วครับ คำว่า Omakase นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งในการรับประทาน Sushi โดยที่ Chef จะเป็นคนเลือกว่าจะเอาอะไรมาเสิร์ฟให้เรากิน .. หลายคนคงนึกในใจว่าแล้วแบบนี้ใครจะไปกิน? .. แน่นอนว่า Omakase มันก็ต้องมีจุดขายของมันครับซึ่งจุดขายของมันก็คือ .. 1) ฝีมือของ Chef ในการนำวัตถุดิบมาจัดการให้มันอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะด้วย Sushi คำเล็กๆ ความอร่อยมันถูกตัดสินเพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น .. 2) อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กับฝีมือก็คือ ความ "ลุ้น" ว่า Chef จะเอาอะไรมาเสิร์ฟ เนื่องจากเราไม่รู้เลยว่าจะได้กินอะไร โดยปกติแล้ววัตถุดิบที่ Chef จะเลือกมาเสิร์ฟส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลว่าช่วงนี้มีวัตถุดิบอะไร รวมถึงความหายากที่หาทานไม่ได้ในร้าน Sushi ทั่วไป .. 3) อย่างสุดท้ายก็คือ ศิลปะ!! แน่นอนว่าการที่นั่งประชันหน้ากับ Chef เราจะได้เห็นขั้นตอนก...