Skip to main content

Posts

Showing posts from June, 2017

Warrant ควรมีราคาเท่าไร?

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงเคยซื้อ warrant หรือไม่ก็ได้ฟรีมาจากการถือหุ้นแม่ .. ว่าแต่ Warrant คืออะไร แล้วมันประเมินมูลค่าเหมือนหุ้นรึเปล่า? .. Warrant คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือครอง warrant สามารถซื้อหุ้น "แม่" ในราคาที่กำหนดไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต .. เช่น XXX-W ให้สิทธิผู้ถือ warrant แลกซื้อหุ้น XXX ในอัตราส่วน 1 warrant ต่อ 1 หุ้นแม่ที่ราคา 1.00 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 1/6/2565 .. ในเมื่อ warrant คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถประเมินมูลค่ามันได้ .. จากตัวอย่างข้างต้นถ้า ณ ปัจจุบันราคาหุ้น XXX อยู่ที่ 2.50 บาท ในเมื่อการถือครอง warrant ให้สิทธิ์เราซื้อหุ้นแม่ได้ที่ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาหุ้นแม่ในปัจจุบัน ดังนั้น XXX-W ก็ควรจะมี "มูลค่า" เป็นบวก และประมาณคร่าวๆได้ว่าไม่น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่า 1.50 บาท ซึ่งส่วนนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Intrinsic value .. อย่างไรก็ดีเนื่องจาก warrant มันไม่ใช่หุ้นสะทีเดียว มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกับอนาคต มันจึงมีมูลค่าอีกส่วนหนึ่งคือ Time value ซึ่งมูลค่าส่วนนี้เกิดจากความ "ลุ้น" ว่าราคาหุ้น...

ดูนางให้ดูแม่ ดูหุ้นให้ดูผู้บริหาร

ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุนไม่ใช่ "งบการเงิน" แต่เป็น "ผู้บริหาร" คุณจะเชื่อมั๊ย? .. ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น? .. ในยุคปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นจะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานของภาครัฐ อย่างในประเทศไทยก็คือ กลต. แน่นอนว่ามันสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่งว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะถูก "คัดกรอง" มาแล้ว .. นักลงทุนในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก .. แต่ที่จริงแล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ของเขาจริงรึเปล่า? .. ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมเห็นการเบี้ยวหนี้ของบริษัทหลายแห่ง หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าบริษัท "เจ๊ง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นแทบไม่ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลยว่า "เกิดอะไรขึ้น" .. นี่จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองก็สงสัยว่า ตกลงแล้วบริษัทมันเจ๊งจริงหรือ "เราโดนโกง" เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปร่วมลงทุนกับคนโกง!! .. ย้อนกลับไปสัก 500 ปีก่อนในช่วงที่แนวคิดของ "การร่วมหุ้น" ได้เก...

Demand เทียม

ตามหาหุ้นเติบโตจงระวัง "Demand เทียม" .. วันนี้เราจะมาสืบเสาะถึงบรรทัดบนสุดของงบการเงินนั่นก็คือ "รายได้ของบริษัท" แน่นอนครับว่าการที่บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นได้นั้นหนทางที่ดีที่สุดก็คือการเพิ่มรายได้!! .. เมื่อรู้เช่นนี้แล้วนักลงทุนทั้งหลายก็มักจะให้ความสนใจในบริษัทที่มีรายได้ที่เติบโตเรื่อยๆ แม้แต่ในธุรกิจอย่าง Start up ที่อาจจะยังไม่มีกำไรแต่ถ้ามียอดขายเติบโต นักลงทุนก็พร้อมที่จะให้ราคาที่งดงาม .. แล้ว "Demand เทียม" คืออะไร? .. ผมฉุกคิดได้หลังจากอ่านบทความทาง IT เกี่ยวกับการ "ขุดเหมือง" เพื่อหา Bitcoin .. การขุดเหมืองคืออะไร? เราได้ Bitcoin มาได้ยังไง? เรื่องพวกนี้คงต้องอธิบายยาวไปถึง Bitcoin และ Blockchain ซึ่งสามารถหาอ่านได้ทั่วไปบนโลก Internet เพราะฉะนั้นผมจะเล่าแค่คร่าวๆพอให้เข้าใจไปได้พร้อมกัน ว่าแล้วก็สไลด์นิ้วต่อเลยครับ!! .. ให้เรามองว่า Bitcoin ก็คือเงิน และเงินมันจะมีค่าเมื่อสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราต้องการได้ ทีนี้มันก็ต้องมีระบบที่ให้ความมั่นใจในการโอน Bitcoin ระหว่างบุคคล ซึ่งการเข้าไปขุดเหมือง...

มหกรรม "เบี้ยวหนี้"

กลับมาอีกแล้วกับมหกรรม "เบี้ยวหนี้" .. ผมเชื่อว่าทุกคนยังจำได้ถึงกรณี IFEC ที่ใช้คำว่า "มีปัญหาภายใน" ส่งผลให้บริษัทเบี้ยวหนี้หลายครั้งหลายครา จนปัจจุบันก็ยังจัดการปัญหาไม่จบ .. ล่าสุดก็มีอีกบริษัทที่พึ่งออกมาประกาศว่าตัวเองขาดสภาพคล่องนั่นก็คือ EARTH!! .. ผมมองว่าการเบี้ยวหนี้ครั้งนี้ค่อนข้าง "น่าสงสัย" ย้อนไปสัก 1 เดือนก่อนหน้าราคาหุ้นของบริษัทตกลงอย่างหนัก พร้อมกับข่าวที่เปิดเผยออกมาว่า ผู้บริหารของบริษัทถูกบังคับให้ขายหุ้นจากการลงทุนในอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้นของบริษัท .. ในมุมนี้แน่นอนว่าผู้เสียประโยชน์ทั้งหลายต้องพยายาม "เอาคืน" โดยเฉพาะเหล่าผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เสียทั้งเงินและหุ้น ที่ผมสงสัยการเบี้ยวหนี้ครั้งนี้เพราะอะไร? .. 1) บ. ทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านหิน ซึ่ง ตอนนี้ตลาดถ่านหินก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรแปลกๆ 2) บ. ที่มียอดขายเป็นหมื่นล้าน แต่มาเบี้ยวหนี้ 40 ล้าน มันค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลเท่าไร .. ถ้าบริษัทขาดสภาพคล่องจริง จุดนี้คงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก เพราะถ้าเงินเพียง 40 ล้านยังไม่มี เงินทุนที่จะใช้ "รั...

P/E จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับอะไร

ทำไมหุ้นอย่างโรงพยาบาลนักลงทุนกล้าให้ P/E 30 เท่า ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ P/E 10 เท่าก็หรูแล้ว? .. ปัจจัยที่จะกำหนด P/E หลักๆมันก็มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน .. 1) กำไรของบริษัทจะเติบโตมากน้อยแค่ไหน อันนี้น่าจะเป็นคำตอบแรกที่ทุกคนคิด เพราะยิ่งกำไรโตเร็วเท่าไร ในอนาคต P/E มันก็จะลดลงได้เร็วเท่านั้น เพราะฉะนั้นนักลงทุนก็ยอมที่จะจ่ายที่ P/E สูงๆ .. 2) ข้อนี้หลายคนอาจจะเคยสังเกตว่าแต่ละอุตสาหกรรมก็จะมี P/E ที่ต่างกันและมันก็มักจะอยู่แบบนั้นไม่ค่อยเปลี่ยน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้แต่ละอุตสาหกรรมมี P/E ที่ต่างกันนั่นก็เพราะ "ความคงเส้นคงวาของกำไร" .. สมมติผมให้คุณเลือกลงทุนระหว่าง 1) ธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ 2) ธุรกิจค้าขายเหล็ก คุณจะเลือกอะไร .. แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเลือกคำตอบแรก เพราะมันมี "ความผันผวนน้อยกว่า" ในขณะที่การค้าขายเหล็กมีความเสี่ยงทั้งจากราคาเหล็กที่ผันผวน และยังค่อนข้างอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ .. เมื่อคนส่วนใหญ่ชอบธุรกิจที่มีรายได้และกำไรที่มั่นคงกว่า มันก็เป็นปกติที่นักลงทุนจะให้ "ราคา" กับธุรกิจเหล่านั้นมากกว่า .. ...

เมื่อโรงพยาบาลเป๋!!

เห็นช่วงนี้หลายเพจออกมาเขียนเกี่ยวกับหุ้นโรงพยาบาล ที่ทั้งงบการเงินและราคาค่อนข้างปวดใจ ผมคงไม่เขียนซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะคนอื่นก็คงเขียนกันไปหมดแล้ว แต่หลายๆโรงพยาบาลที่ราคาลดลงมาค่อนข้างมาก อาจจะเป็นโอกาสที่หลายคนคิดว่า "มันคงไม่ลงมาให้ซื้อ" ได้มีโอกาสเข้าไปลงทุนได้บ้าง .. เรามาเตรียมตัวกันดีกว่าว่าเราจะเลือกลงทุนโรงพยาบาลยังไงดี .. เริ่มแรกเราควรจะเข้าใจก่อนว่าหุ้นโรงพยาบาลในตลาดหุ้นไทยแบ่งง่ายๆได้เป็น 2 พวกคือ 1) กลุ่มโรงพยาบาล พวกนี้ก็เช่น BDMS BCH และ VIBHA 2) โรงพยาบาลที่เป็น stand alone พวกนี้อาจจะมีแห่งเดียวหรือมีสัก 2-3 สาขา เช่น BH TNH NTV .. ทีนี้นักลงทุนก็ต้องเลือกแล้วหละว่าคุณชอบหุ้นโรงพยาบาลในลักษณะไหน .. จากที่ผมสังเกต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดมักจะให้ "ราคา" กับหุ้นประเภท "กลุ่มโรงพยาบาล" สูงกว่า ทั้งนี้ก็น่าจะมาจากโอกาสในการเติบโตที่เห็นเด่นชัดกว่า โดยกลุ่มโรงพยาบาลจะสามารถเติบโตจากการเข้าซื้อโรงพยาบาลเพื่อให้มีโรงพยาบาลในเครือมากขึ้น ซึ่งการเข้าซื้อโรงพยาบาลก็จะช่วยให้สามารถรับรู้รายได้และกำไรของโรงพยาบาลที่ซื้อเ...

รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร

ก่อนจะไปจากกลุ่มยานยนต์ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง "รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดเมื่อไร?" .. ตามทฤษฎี Charles Darwin กล่าวไว้ว่า "ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม" เพราะฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ มันก็ย่อมต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป .. หลายคนคงเห็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกที่โตวันโตคืน อย่างในยุโรปล่าสุดก็มียอดขายถึงเกือบ 4 พันคันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งในฮ่องกงเราก็มองหารถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยาก คำถามก็คือแล้วในประเทศไทยหละ? พร้อมหรือยังที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้า? .. คำตอบมันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1. สภาพแวดล้อม 2. พฤติกรรมของผู้บริโภค "สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?" .. ปัญหาที่อยู่คู่กับรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอดก็คือ "แบตเตอรี่" ที่เป็นตัวจำกัดระยะทางที่รถจะวิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และระยะเวลาชาร์จไฟที่เรียกได้ว่า "นาน" เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่รวดเร็วกว่าเป็น 10 เท่า .. Tesla ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ด้วยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง และก็ทำให้มันสามารถทำระยะทางได้ราว 300 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังเป็...

ทำธุรกิจแบบ "Omakase"

การทำธุรกิจแบบ "Omakase" คืออะไร? .. นั่งประชันหน้ากับ Chef โดยมีเพียงจานหนึ่งใบวางไว้เบื้องหน้า ไม่ต้องขอเมนู ไม่ต้องนึกว่าอยากกินอะไร ทั้งหมด Chef จะเป็นผู้จัดอาหารมาให้เรากิน "ตามใจ Chef" .. ใช่แล้วครับ คำว่า Omakase นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งในการรับประทาน Sushi โดยที่ Chef จะเป็นคนเลือกว่าจะเอาอะไรมาเสิร์ฟให้เรากิน .. หลายคนคงนึกในใจว่าแล้วแบบนี้ใครจะไปกิน? .. แน่นอนว่า Omakase มันก็ต้องมีจุดขายของมันครับซึ่งจุดขายของมันก็คือ .. 1) ฝีมือของ Chef ในการนำวัตถุดิบมาจัดการให้มันอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะด้วย Sushi คำเล็กๆ ความอร่อยมันถูกตัดสินเพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น .. 2) อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กับฝีมือก็คือ ความ "ลุ้น" ว่า Chef จะเอาอะไรมาเสิร์ฟ เนื่องจากเราไม่รู้เลยว่าจะได้กินอะไร โดยปกติแล้ววัตถุดิบที่ Chef จะเลือกมาเสิร์ฟส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลว่าช่วงนี้มีวัตถุดิบอะไร รวมถึงความหายากที่หาทานไม่ได้ในร้าน Sushi ทั่วไป .. 3) อย่างสุดท้ายก็คือ ศิลปะ!! แน่นอนว่าการที่นั่งประชันหน้ากับ Chef เราจะได้เห็นขั้นตอนก...

"กรณีศึกษา มูลค่า Tesla พุ่งแซง Ford"

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเห็นข่าวที่มูลค่าหุ้น Tesla แซงบริษัท Ford โดยถ้าเราเทียบ market share หรือกำลังการผลิต จะเห็นได้ว่า Tesla นั้นเทียบ Ford ไม่ได้เลย ถ้าอย่างนั้นแล้วมูลค่าที่นักลงทุนจ่ายเพื่อซื้อหุ้น Tesla แท้จริงแล้วจ่ายเพื่อซื้ออะไร? .. คำตอบก็คือ "อนาคต" .. อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในบทความที่แล้วถึงอนาคตของวงการยานยนต์ ซึ่งคงหนีไม่พ้นที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งรถยนต์แบบเดิมๆได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ .. แล้วการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง "Tesla" หละ น่าสนใจมั๊ย? .. สำหรับผมคงตอบว่า "ไม่ค่อยน่าสนใจ" โดยผมมองว่าจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าคือ มันไม่มี Barrier to entry เลย!! .. คุณลองคิดดูสิครับว่าเทคโนโลยีการนำมอเตอร์ไปผูกติดกับล้อเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์มันเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำเลิศจริงหรอ? คำตอบคือ "ไม่เลย" .. มันเป็นเทคโนโลยีที่ค่ายรถยนต์ในปัจจุบันไม่ว่าจะค่ายไหนก็ทำได้ทั้งนั้น แต่สาเหตุที่พวกเขายังไม่ "กระโดด" ลงมาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวนั่นก็เพราะว่าพวกเขายังคง Enjoy กับส่วนแบ่ง...

New Era!! of automotive

"น้ำมันเคลื่อนที่ผ่านท่อไปยังหัวฉีดก่อนจะถูกฉีดเข้าไปผสมกับอากาศที่ถูกดูดเข้ามาผ่านท่อไอดี อากาศและน้ำมันจะถูกผสมกันในกระบอกสูบและถูกอัดก่อนที่จะได้รับการจุดระเบิดโดยหัวเทียนผลักให้ลูกสูบถอยออกเกิดเป็นแรงหมุนสู่เพลาข้อเหวี่ยง ในจังหวะที่ลูกสูบเคลื่อนที่กลับก็เป็นจังหวะเดียวกับที่วาลว์ไอเสียจะเปิดเพื่อนำไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ออกไปสู่ท่อไอเสีย ทางด้านของเพลาข้อเหวี่ยงก็จะส่งแรงหมุนต่อไปยังชุดเกียร์ที่จะช่วยทดแรงของเครื่องยนต์ก่อนส่งแรงหมุนดังกล่าวต่อไปยังเฟืองท้ายและขับเคลื ่อนให้ล้อหมุนในที่สุด" .. คุณยังคงอยู่กับเซียนกบอมหุ้น ไม่ได้อยู่ในเพจรถยนต์ที่ไหน กระบวนการข้างบนเป็นหลักการทำงานคร่าวๆของเครื่องยนต์เบนซินหรือที่ฝรั่งเรียกว่า "Gasoline" กระบวนการดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นมากว่าร้อยปีแล้ว และก็ยังคงถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน .. ถึงแม้ว่าหลักการทำงานของมันอาจจะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่มันกลับต้องใช้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกว่า 20,000 ชิ้น!!! และแน่นอนครับว่าประเทศไทยเราที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่อยู่ราวๆอันดับ 10 ของโลก ก็ทำรายได้จากอุตสาหกรรมนี้อย่าง...

เราจะขายหุ้นเมื่อไรดี?

"ตัดใจไม่ไหวทิ้งเธอไม่ลง ไม่รู้ฉันเป็นอะไร" .. สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับตัวผมเองในการลงทุนก็คือ "เราจะขายหุ้นเมื่อไรดี" .. ถ้าเราลองไปถามความคิดเห็นจากกูรูการลงทุนหลายๆคนคุณคงได้รับคำตอบเช่นว่า  .. "เมื่อคุณซื้อหุ้นที่สุดยอดในราคาที่ยุติธรรมแล้ว ก็จงถือมันไปให้นานที่สุด" .. "จงซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และขายมันในเวลาที่ราคามันสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง" .. แล้วแท้จริงแล้วเราควรจะทำยังไงหละ? .. แน่นอนว่าแต่ละคนก็รับความเสี่ยงในการลงทุนได้ไม่เท่ากัน บางคนอาจถือหุ้นแล้วนอนไม่หลับ เพราะฉะนั้นคำตอบว่าควรจะขายหุ้นเมื่อไรก็คือ "ขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนบุคคล" .. อ้าว!! แบบนี้มันตอบแบบกำปั้นทุบดินนี้หว่าเซียนกบ ขอคำตอบที่มันจริงจังหน่อยได้มั๊ย!?! .. วิธีการที่ผมใช้ก็คือ การทำตารางที่บอกว่าหุ้นตัวนี้ควรเข้าซื้อที่ราคาเท่าไร และราคาเท่าไรที่เราควรขาย โดยปกติราคาซื้อ-ขายนี้ ผมจะอัพเดทตามงบการเงินที่ออกมาใหม่ (นั่นก็คือรายไตรมาส) ส่วนการนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับราคาตลาดก็จะทำรายสัปดาห์ .. ส่วนราคาเท...

Natural selection

"ธรรมชาติจะคัดเลือกผู้ที่ปรับตัวได้เก่งมากกว่าผู้ที่แข็งแรง" Charles Darwin .. คำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นจริงเฉพาะในโลกของสิ่งมีชีวิต ธุรกิจก็อยู่ภายใต้กฎนี้เช่นเดียวกัน .. ที่ผ่านมาเราจะเห็นความรุ่งเรืองและความล่มสลายของหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถม้ากับธุรกิจรถยนต์ ธุรกิจกล้องฟิล์มกับธุรกิจกล้องดิจิตอล เป็นต้น ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจหนึ่งเกิดขึ้นทดแทนธุรกิจที่ดับไปก็คือ "สภาวะแวดล้อม" .. ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ๆขึ้นมาเพื่อทดแทนธุรกิจเดิมๆ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ตลาด ณ ปัจจุบันตั้งชื่อเท่ๆให้ว่า "Disruptive" .. ธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา จะเป็นธุรกิจที่เกาะกระแส Smart phone และ Internet และมีโมเดลธุรกิจในการทำตัวเป็น "Platform" เพื่อเชื่อมต่อ Producer เข้ากับ Customer .. หลายธุรกิจไม่มี content หรือ สินค้าเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ เช่น Facebook Uber และ Airbnb แต่นั่นก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีทางการทำธุรกิจแบบเดิมๆได้ .. ในการลงทุนเราก็คงอยา...

Growth & ผูกขาด มีอยู่มั๊ย? Ep.3

วันนี้ก็มาถึงตอนจบแล้วนะครับ .. ตอนก่อนๆเรารู้วิธีมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างอำนาจผูกขาดกันไปแล้ว คราวนี้เราจะมองมาหาธุรกิจที่จะมี growth กัน คำถามคือ ธุรกิจจะ growth จากอะไร .. การจะทำกำไรให้เพิ่มขึ้นนั้นทำได้ 2 ทางคือ เพิ่มยอดขาย หรือ ลดต้นทุน ซึ่ง growth ที่นักลงทุนต่างมองหาคือ growth ที่มาจากการเพิ่มยอดขาย .. แล้วบริษัทจะเพิ่มยอดขายได้ยังไงหละ? ที่มาของยอดขายมาจาก 1) ราคา 2) ปริมาณ .. ธุรกิจจะเติบโตจากราคาได้มั๊ย? คำตอบคือได้ครับ แต่นั่นขึ้นอยู่ว่าสินค้าของคุณคืออะไร ถ้าคุณคือ Hermes ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ในความเป็นจริงผมว่าเอาเวลาที่จะหาบริษัทเหล่านี้ไปหาบริษัทที่มีการเติบโตจากปริมาณการขายจะดีกว่า .. การเติบโตจากปริมาณขายเป็นสิ่งที่เรากำลังมองหา ซึ่งผมก็สรุปมาคร่าวๆ 3 ลักษณะ .. Type 1 : เงินจำนวนมากมาจากคนจำนวนมาก เมื่อธุรกิจสามารถเพิ่มฐานลูกค้าได้ รายได้ก็ย่อมเพิ่มขึ้นไปด้วย การส่งออกเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็วและเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดในประเทศมาก อย่างไรก็ดีการที่ธุรกิจจะขยายได้นั้นขึ้นอยู่กับ "กำลังการผลิต" ของธุรกิจ...

Growth & ผูกขาด มีอยู่มั๊ย? Ep.2

ยังมีวิธีการสร้างอำนาจผูกขาดอีกสามวิธีที่จะมาเล่าวันนี้ ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ เพราะการพยายามสร้างอำนาจผูกขาดบางวิธีอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจจนยากจะหวนคืน พร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ .. วิธีที่สาม การสร้างอำนาจผูกขาดด้วย Location อย่างไรก็ดีกรณีนี้มักเป็นตลาดผู้แข่งน้อยรายมากกว่าจะเป็นตลาดผูกขาด ลองนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะเห็นได้ชัดว่าธุรกิจไหนที่จับจองพื้นที่ที่เป็น "ทำเลทอง" ได้ ก็จะมีอำนาจเหนือคู่แข่ง มันอาจจะเป็นธุรกิจโรงหนังที่ได้แย่งช ิงทำเลตามห้างสรรพสินค้าไว้หมดแล้ว การที่คู่แข่งรายใหม่จะเข้ามาก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรืออาจจะเป็นธุรกิจการขายสินค้าในสนามบินที่ทำสัญญายึดพื้นที่ไว้แต่เพียงผู้เดียว การผูกขาดโดย location นั้น ธุรกิจไม่จำเป็นต้องทำ R&D อย่างเข้มข้นเหมือนเช่นการผูกขาดที่พูดไปครั้งก่อน แต่สิ่งที่สำคัญคือการรักษาสัมพันธภาพอันดีต่อผู้ให้เช่า Location (ถ้าเป็นเจ้าของเองก็ยิ่งสบายใจได้) .. วิธีที่สี่คือการผูกขาดเนื่องจากไม่มีใครอยากเข้ามาแข่ง โดยปกติมักจะเป็นธุรกิจที่ไม่มี Knowhow อะไรเหลือแล้ว เป็นสินค้าที่ใครๆก็ทำได้ และมีกำไรต่ำมากจนไม่มีใครอยากเข...

Growth & ผูกขาด มีอยู่มั๊ย?

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องที่เคยติดค้างกันไว้คือ บริษัทที่มีทั้ง growth และ ผูกขาด มีอยู่มั๊ย? .. ผมไม่ได้กวนนะครับแต่แค่จะบอกว่าคุณเพียงแค่ต้องมองหาธุรกิจที่ผูกขาดและมีการเติบโต ×_× .. แล้วเราจะเริ่มต้นยังไงดี เราจะเริ่มจากการมองหาธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโต หรือเราจะเริ่มจากการมองหาธุรกิจที่มีความสามารถที่จะสร้างอำนาจผูกขาดก่อนก็ได้ .. ผมขอเริ่มจากการมองหาธุรกิจที่มีความสามารถในการสร้างอำนาจผูกขาดละกัน .. ครั้งที่แล้วผมยกตัวอย่างธุรกิจผูกขาดไว้ซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ และใช้ความคุ้มทุนในการลงทุนนี้เองเป็นเกราะป้องกันการแข่งขัน แต่รู้มั๊ยครับ ธุรกิจเล็กๆธรรมดาๆ ก็สามารถสร้างอำนาจผูกขาดขึ้นมาได้เช่นกัน!! .. วิธีแรกที่ผมจะพูดถึงคือ การผูกขาดด้วยตัวสินค้าหรือบริการของบริษัท เมื่อบริษัทสามารถสร้างความแตกต่างได้ บริษัทจะเริ่มเข้าสู่ตลาดแข่งขันน้อยราย และเมื่อไม่มีสินค้าที่ทดแทนได้ บริษัทก็จะมีอำนาจผูกขาด!! ตัวอย่างก็เช่น Google และ Facebook ที่ทิ้งห่างคู่แข่งจนเกือบจะเรียกได้ว่าผูกขาด อย่างไรก็ดีเพื่อที่จะรักษาอำนาจการผูกขาดไว้ธุรกิจเหล่านี้ก็ต้องม...

การลงทุนในธุรกิจผูกขาดดีจริงหรือ?

"ผูกขาด" คำสั้นๆแต่มีพลัง และมักจะดึงดูดให้นักลงทุนสนใจ ว่าแต่คำว่าผูกขาดมันคืออะไรหละ? .. ธุรกิจผูกขาดก็คือธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการที่ถ้าคุณต้องการจะซื้อ คุณจะไม่มีตัวเลือกว่าอยากซื้อกับใคร หรืออยากซื้อยี่ห้อไหน มันจะมีคนขายให้คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น ตัวอย่างก็เช่น ไฟฟ้า ประปา สนามบิน ทางด่วน รถไฟฟ้า (ในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมันจะมีผู้ให้บริการแค่คนเดียว) เป็นต้น .. แบบนี้การลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจผูกขาดมันก็สุดยอดไปเลยสิ!  .. มันก็ไม่แน่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณคาดหวังอะไรจากการลงทุน? .. ถ้าลองสังเกตุให้ดี ข้อดีของธุรกิจผูกขาดคือ ธุรกิจจะมีรายได้ และผลกำไรที่ค่อนข้างแน่นอน (เพราะคุณไม่ต้องแข่งกับใคร) แต่เนื่องจากไม่มีคู่แข่งนี่เอง ทำให้การเติบโตของบริษัทจะอิงไปกับการเติบโตของธุรกิจนั้นเพียงอย่างเดียว บริษัทจะไม่สามารถเติบโตจากการแย่ง market share ของคู่แข่งได้เลย .. เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่มองหา growth การลงทุนในธุรกิจอย่างการขายน้ำประปา ก็อาจจะไม่เข้ากับ style การลงทุนของคุณ แต่ถ้าคุณมองหาความแน่นอน ผมว่าคุณมาถูกทางแล้ว .. แล้วถ้าเรา...

ตลาดหุ้นคืออะไร?

ถ้าถามผมว่าตลาดหุ้นคืออะไร ผมคงตอบว่ามันคือ "ห้องประมูลสินค้า" .. แต่ไม่ใช่การประมูลสินค้าทั่วไปที่มีราคาตลาดให้คุณรู้ว่าคุณควรจะประมูลเท่าไรนะครับ แต่เป็นการประมูลสินค้าที่มีคุณค่าทางจิตใจที่ประเมินราคาได้ยาก (แต่ละคนก็ให้ค่าต่างกันไป) .. ข้อแตกต่างอีกอย่างคือ ในการประมูลทั่วไปจะมีเพียงผู้ซื้อที่เป็นคนประมูลและมีผู้ขายรายเดียว ในขณะที่ตลาดหุ้น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะได้เป็นผู้ประมูลทั้งสองฝ่าย ฝ่ายซื้อใครประมูลแพงกว่าก็ได้หุ้นไป ฝ่ายขายใครให้ราคาถูกกว่าก็ได้ขายก่อน .. ที่ผมยกตัวอย่าง "การประมูล" ขึ้นมาต้องการจะสื่ออะไร? .. คุณเคยเห็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นหรือลงอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆมั๊ยครับ? อาจจะเป็น 10% ใน 1 สัปดาห์ หรืออาจจะเป็น 30% ใน 1 วัน!! .. ผมจะยกตัวอย่างหุ้นขาขึ้นละกัน ที่ผมจะพูดก็คือการที่ราคาหุ้นขึ้นได้รวดเร็วนั่นเพราะว่ามีผู้ประมูลซื้อที่มองเห็น "คุณค่า" บางอย่างที่เค้าจะได้รับจากการซื้อหุ้นตัวนี้ มันอาจจะเป็น Dividend yield ที่เค้าพอใจ มันอาจจะเป็นอนาคตของธุรกิจที่เค้าคาดการณ์ไว้ หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นความฝันที่อยากเป็...